
From Idea to Impact
เปลี่ยน “ความคิด” ให้กลายเป็น “ผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริง”
ทำไมองค์กรส่วนใหญ่มีแต่ “คนเก่ง” แต่กลับสร้าง “นวัตกรรม” ไม่ได้?
เพราะไอเดียดีๆ มักตายในห้องประชุม และติดหล่มคำว่า “ก็เคยทำมาแบบนี้”
• พนักงานเก่งเรื่อง “บ่นปัญหา” แต่ไม่มีใครเสนอ “ทางแก้”
• พยายามคิดงานใหม่ แต่สุดท้ายก็วนกลับไปใช้วิธีเดิมๆ
• ทำโปรเจกต์ใหญ่โตสูญเงินมหาศาล แต่ทำออกมาแล้ว “ไม่มีใครอยากใช้”
• ต่างแผนกต่างคิด เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่เคยเอา “คนใช้งานจริง” เป็นศูนย์กลาง
คุณกำลังติดอยู่ในกับดัก
“ยึดติดกรอบเดิม –> กลัวความล้มเหลว –> หยุดพัฒนา”
ในโลกที่หมุนด้วยความเร็วของ AI เครื่องมือที่ดีที่สุดจะไม่มีประโยชน์เลย
หากคนในองค์กรยังใช้ “ระบบคิด (Mindset) เวอร์ชันเก่า”
เลิกบ่นปัญหาหน้างาน แล้วมาสร้าง “สถาปัตยกรรมทางความคิด” เพื่อหาทางออกที่จับต้องได้!
คอร์สนี้เปลี่ยนคุณจาก
❌ คนที่ “คิดตามความเคยชิน และกลัวความผิดพลาด” (Fixed Mindset)
✅ สู่คนที่ “เป็นนักแก้ปัญหาที่เอาคนเป็นศูนย์กลาง” (Human-Centered Innovator)
คุณจะไม่ได้แค่ “เรียนทฤษฎี” แต่คุณจะได้
🧩 Innovation Thinking System | วิธีคิดที่เปลี่ยนปัญหา → เป็นโอกาส
🔍 Problem Framing Skill | มองปัญหาให้ “ตรงจุดจริง”
💡 Idea Generation Engine | ระดมไอเดียแบบไม่ตัน
⚙️ Prototype Mindset | คิดแบบ “ลองก่อน ไม่ต้องสมบูรณ์”
🔁 Test & Learn Loop | พัฒนาไอเดียแบบไม่เสี่ยง
HUMAN-CENTERED INNOVATION LOOP
กระบวนการสร้างสรรค์ทางออก ที่ตอบโจทย์มนุษย์อย่างแท้จริง
EMPATHIZE (เข้าใจลึกซึ้ง)
DEFINE (ระบุให้ชัด)
IDEATE (ระดมสมอง)
PROTOTYPE (สร้างต้นแบบ)
TEST (ทดสอบและปรับปรุง)
เราไม่สอนท่องจำทฤษฎี
แต่เราจะติดตั้ง “2 เสาหลักแห่งนวัตกรรม” ให้คุณลงมือทำได้จริง
PILLAR 1: SPARKING THE INNOVATION MINDSET (จุดประกายความคิด)
“ปรับกระดุมเม็ดแรก สร้าง Growth Mindset เพื่อเปิดรับความเปลี่ยนแปลง”
ปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ทลายกรอบคิดเดิมๆ สู่การเป็นผู้นำที่พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรม
• The Root of Innovation | Growth Mindset จุดเริ่มต้นของความสร้างสรรค์
• The “Why” in Modern Era | ทำไม Growth Mindset & Design Thinking จึงสำคัญมากในยุคปัจจุบัน
• Future Trends & Challenges | ความท้าทายในการดำเนินงานในโลกปัจจุบัน & แนวโน้มในอนาคต
• Case Study Comparison | ตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่าง “องค์กรที่ใช้ Design Thinking” Vs. “องค์กรที่ไม่ใช้”
Key Shift: ❌ ปัญหาไม่ใช่คุณไม่มีไอเดีย ✅ ปัญหาคือ “กรอบคิด” ของคุณยังไม่เปิดรับ
– – – – – –
PILLAR 2: DESIGN THINKING IN ACTION (กระบวนการคิดเชิงออกแบบ)
“ลงมือปฏิบัติจริงผ่าน 5 ขั้นตอน เปลี่ยนไอเดียเป็นทางออก”
เปลี่ยนไอเดียลอยๆ ให้กลายเป็นทางออกที่จับต้องได้ ด้วยกระบวนการทำงานข้ามสายงาน
• Human-Centered Design | ความหมายและความสำคัญของการคิดเชิงออกแบบด้วยกระบวนการทำงานที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง
• Thinking Traps | ปัญหาอุปสรรคและกับดักที่ขัดขวาง ทำให้การคิดงานใหม่ๆ ไม่สำเร็จ
• The 5-Step Model | เจาะลึกกระบวนการคิด 5 ขั้นตอน
– Empathize: การสร้างแผนที่ทำความเข้าใจลูกค้า/ผู้ใช้งาน (Empathy Map)
– Define: เทคนิคการใช้คำถาม ‘What Might We’ (WMW) เพื่อกำหนดกรอบปัญหาที่ท้าทาย
– Ideate: กิจกรรม Ideation Session ให้ทีมมีส่วนร่วมเปิดมุมมองอย่างสร้างสรรค์
– Prototype: การทำแบบจำลองความคิดให้จับต้องได้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนทำจริง
– Test: การนำต้นแบบไปทดสอบเพื่อรับ Feedback และนำมาปรับปรุง
• Decision Making Tools | เทคนิคการคัดเลือกไอเดียที่ดีและเป็นไปได้มากที่สุด
• Cross-Functional Ideation | การประยุกต์ความคิดสร้างสรรค์ ก้าวข้ามอุปสรรคในการคิดร่วมกันของทีมข้ามสายงาน
• Next Step & Q&A | สรุปเนื้อหา ถอดบทเรียน และถาม-ตอบ
Key Shift: ❌ บ่นปัญหาหน้างานไปวันๆ ✅ เปลี่ยนคำบ่นเป็น “คำถามสร้างสรรค์เพื่อหาทางออก”
นี่คือ “Innovation Lab” สไตล์ People’S
Action-Oriented Workshop
คุณจะไม่ได้แค่นั่งฟัง แต่จะได้ลงมือเขียน Post-it, ระดมสมอง และต่อยอดไอเดียจนออกมาเป็น Prototype จริงๆ ในคลาส
Real Business Context
ฝึกใช้เครื่องมือระดับโลกอย่าง Empathy Map และ Decision Making Tools
กับปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อนำผลลัพธ์กลับไปใช้ได้ทันที
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ
• หัวหน้างาน และผู้นำทีม | ที่ต้องการทลายกำแพงไซโล และนำทีมระดมสมองหาทางออกแบบใหม่ๆ
• สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ / บริการ | ที่ต้องการออกแบบกระบวนการทำงานที่ “ตอบโจทย์คนใช้งานจริง”
• Talents & Innovators | พนักงานที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เลิกทำตามความเคยชิน
• ทุกคนในองค์กร | ที่ต้องการเปลี่ยนจาก “ผู้รอรับคำสั่ง” เป็น “แกนนำในการสร้างความเปลี่ยนแปลง”
✔ ทลายกรอบคิดเดิม (Fixed Mindset) กล้าคิด กล้าทดลอง และไม่กลัวความล้มเหลว
✔ เปลี่ยนคำบ่นและปัญหาหน้างาน ให้กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายและสร้างสรรค์
✔ เข้าใจความต้องการของ “ลูกค้า” หรือ “เพื่อนร่วมงาน” อย่างลึกซึ้ง (Empathy)
✔ รู้วิธีคัดกรองไอเดีย และสร้างต้นแบบ (Prototype) เพื่อลดความเสี่ยงก่อนลงทุนจริง
✔ สร้างวัฒนธรรมการทำงานข้ามสายงาน (Cross-functional) ที่ไร้รอยต่อ
“นวัตกรรม… ไม่ได้เกิดจากคนที่มีไอเดียเยอะที่สุด
แต่เกิดจากคนที่ลงมือทำและเข้าใจมนุษย์มากที่สุด”
[ UNLOCK YOUR MIND. DESIGN THE FUTURE. | DESIGN THINKING ]

ค่าสัมมนาสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีได้ 200% ตามประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 437





Line OA ::
@people-synergy
Facebook Messenger ::
m.me/people.synergy
โทรศัพท์ ::
095-296-2639
( 9.00 – 17.00 น. )